ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายระดับโลกที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้เป้าหมายของความตกลงปารีสมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงทางการเงิน และสนับสนุนการปรับตัวต่อความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ช.การช่าง จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานของ ช.การช่าง ความพยายามดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรในระยะยาว ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ช.การช่าง มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศจากการดำเนินธุรกิจ ผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้แนวทางการดำเนินงานที่เป็นนวัตกรรม กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว อาทิ ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ และการแข่งขันทางการตลาดที่เพิ่มมากขึ้น หากขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน คุณภาพชีวิต และเพิ่มความเสี่ยงจากภัยพิบัติ รวมถึงเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ ทั้งนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกช่วยให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์องค์กร และสอดคล้องกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 7:
พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
เป้าหมายที่ 12:
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 13:
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์
กลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจ สร้างโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืน และเพิ่มผลประกอบการในระยะยาว
คู่ค้าและผู้รับเหมา
การดำเนินงานตามกรอบการบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับคู่ค้าและผู้รับเหมา การคัดเลือกคู่ค้าและผู้รับเหมาที่มีจุดยืนในด้านการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเดียวกัน
ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินงานและความร่วมมือด้านพลังงาน รวมถึงเป้าหมายสภาพภูมิอากาศช่วยปฏิบัติตามกฎระเบียบและส่งเสริมความยั่งยืนของประเทศ
ชุมชนและประชาชน
การลดมลพิษและการใช้พลังงานหมุนเวียนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมสุขภาพของประชาชน และลดความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
  1. ลดการใช้พลังงาน ปีละ 1%

    ปี 2563 (ปีฐาน) 2,995,795 kWh, เป้าหมายระยะยาวในปี 2573

ผลการดำเนินงาน
ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าของ ช.การช่าง มีปริมาณเท่ากับ
กิกะจูล
แสดงให้เห็นถึงการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยคิดเป็นร้อยละ 3.1 จากปีฐาน และ ร้อยละ 2 เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการใช้ในปี 2567

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

การจัดการพลังงาน

ช.การช่าง ตระหนักถึงและให้ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อการอนุรักษ์พลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงานที่อาจเกิดจากการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและความท้าทายทางธุรกิจในภาพรวม ในการตอบสนองต่อประเด็นดังกล่าว

บริษัทได้จัดทำกรอบการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในการดำเนินงาน พร้อมทั้งดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายการอนุรักษ์พลังงานของประเทศ และส่งเสริมความรับผิดชอบด้านการใช้พลังงานในระดับองค์กร ผ่านการสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความพยายามดังกล่าวช่วยสนับสนุนการลดต้นทุนและความยั่งยืนในการดำเนินงาน ควบคู่กับการขับเคลื่อนกรอบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท ซึ่งครอบคลุมการก่อสร้างอย่างยั่งยืน การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท

เชื่อมโยงแผนการจัดการเข้ากับนโยบาย
ช.การช่าง ได้พัฒนากรอบนโยบายที่ครอบคลุมเพื่อกำกับแนวทางการบริหารจัดการพลังงาน โดยบูรณาการหลักการด้านความยั่งยืนที่สำคัญ อาทิ การจัดการสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างสีเขียว การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ กรอบนโยบายดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตทั้งหมดและตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความยั่งยืน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริหารจัดการพลังงานจะดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช.การช่าง ได้จัดตั้งฝ่ายสังคมและความยั่งยืน รวมถึงคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท และมีคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับสูงทำหน้าที่กำกับติดตาม หน่วยงานดังกล่าวมีความรับผิดชอบร่วมกันในการขับเคลื่อนให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ช.การช่าง มีความมุ่งมั่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม แนวปฏิบัติด้านการก่อสร้างสีเขียว และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดมลพิษ และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2608

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้บูรณาการกลยุทธ์การลงทุนและการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว โดยยึดตามเจตนารมณ์ของความตกลงปารีสในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินการภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว

บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 14064-1 ในการวัด การรายงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ บริษัทยังนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ความริเริ่มดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและร่วมสร้างอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2608 ช.การช่าง ได้จัดตั้งคณะกรรมการกิจการสังคมและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแลด้านสภาพภูมิอากาศเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร และผู้บริหาร ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทซึ่ง (Board of Directors) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และเป้าหมายการดำเนินงาน

คณะกรรมการกิจการสังคมและความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดและทบทวนนโยบาย การติดตามความก้าวหน้า และการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน รวมถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกัน คณะผู้บริหารทำหน้าที่กำกับดูแลโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในปี 2568 บริษัทได้จัดการประชุมรายไตรมาสทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยมีการพิจารณาและให้ความเห็นชอบในประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดทำ Climate Risk Assessment

โครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ช.การช่าง มีแนวทางการบริหารจัดการโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดให้คณะกรรมการกิจการสังคมและความยั่งยืน และ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร และ ผู้บริหาร เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ โดยแต่ละระดับมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

บทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ
กิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม

คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors)

ประกอบด้วย

ดร.ภาวิช ทองโรจน์

นายดอน ปรมัตถ์วินัย

ดร. สุภามาส ตรีวิศวเวทย์

ดร. อนุกูล ตันติมาสน์

  • กำกับดูแล วางกลยุทธ์ พร้อมดำเนินการดำเนินงานด้านกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ติดตามและอนุมัติกลยุทธ์และแผนงานการดำเนินงานเรื่อง กิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมตั้งเป้าหมายของบริษัท ของการดำเนินงานด้าน CSR ในแต่ละปี
  • พิจารณาแผนงานและงบประมาณประจำปีสำหรับการดำเนินการด้าน CSR เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการบริษัท
  • พิจารณาและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้าน CSR และประเมินผลสำเร็จ รวมทั้งคุณภาพของโครงการ CSR
  • ภารกิจอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

คณะกรรมการกิจการสังคม และความยั่งยืน (Corporate Social Responsibility andSustainability Management Committee)

ประกอบด้วย

ดร. สุภามาส ตรีวิศวเวทย์

  • กำหนดนโยบายการดำเนินงานที่จะนำธุรกิจไปของบริษัทสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
  • ให้ข้อเสนอและข้อแนะนำ รวมทั้งติดตามการปฎิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมายตามนโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • พิจารณาและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • ประเมินผลสำเร็จ รวมถึงการเตรียมพร้อมให้กับบริษัทในการเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

ทั้งนี้ โดยในปี 2568 คณะกรรมการให้ความเห็นชอบในการ ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint of Organization) เพื่อประเมินการลดปริมาณก๊าซ เรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร

คณะผู้บริหารการบริหารจัดการ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Management Committee)

ประกอบด้วย

นายณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์

  • ติดตาม รวบรวม วิเคราะห์ และ ประเมินการบริหารความ เสี่ยงของหน่วยงานต่างๆ ให้ สอดคล้องตามกลยุทธ์ของบริษัท
  • ติดตามกระบวนการรายงานและรายงานความคืบหน้า รวมทั้งประสานงานกับสายงานต่างๆ เพื่อจัดทำเอกสาร และแจ้งให้คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการกิจการ สังคมและความยั่งยืนให้ได้รับทราบต่อไป

คณะผู้บริหารโครงการกิจการสังคมและความยั่งยืน (Corporate Social Responsibility and Sustainability Committee)

ประกอบด้วย

นายสมบัติ ตรีวิศวเวทย์

นางสาวสวรรยา ตรีวิศวเวทย

  • ดำเนินกิจการสังคมและความยั่งยืนตามนโยบาลและกลยุทธ์ของบริษัทตามที่ได้รับมอบหมาย
บรรษัทภิบาลและความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors)

ประกอบด้วย

นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์

นายวิฑูร เตชะทัศนสุนทร

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์

นายณรงค์ แสงสุริยะ

ดร. สุภามาส ตรีวิศวเวทย์

  • กำกับดูแล วางกลยุทธ์ พร้อมดำเนินการดำเนินงานด้าน บรรษัทภิบาลและความเสี่ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยง ที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ติดตามและอนุมัติกลยุทธ์และแผนงานการดำเนินงานเรื่องบรรษัทภิบาลและความเสี่ยง รวมตั้งเป้าหมายของบริษัท ในแต่ละปี

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง (Corporate Governance and Risk Management Committee)

ประกอบด้วย

นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์

นายวิฑูร เตชะทัศนสุนทร

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์

นายณรงค์ แสงสุริยะ

ดร. สุภามาส ตรีวิศวเวทย์

  • กำหนดนโยบายและกรอบการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้การบริหารความ เสี่ยงของบริษัทประสบความสำเร็จ
  • ประเมิน ทบทวนนโยบาย และพิจารณากด้านบรรษัทภิบาลและการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทรวมถึง รายงานผลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและบริหาร ความเสี่ยงและเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ในด้านความเสี่ยงของงองค์ และ ความเสี่ยงด้าน สิ่งแวดล้อมในการปล่อยเรื่องคาร์บอนฟรุตพริ้นขององค์กร (Carbon Footprint of Organization)

คณะผู้บริหารโครงการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee)

ประกอบด้วย

นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล

นายสิทธิเดช ตรีวิศวเวทย์

ดร. อนุกูล ตันติมาสน์

นายวัชระ แสงหัตถวัฒนา

นายพรณรงค์ สิริโยธิน

นายประพนธ์ จันทร์ประดับฟ้า

นายไพรัตน์ พรหมอินทร์

นายธรรมนูญ สุรรัตน์

นายพิชัย เฉยบำรุง

นางรินรดา ตั้งตรงคิด

นายวิบูลย์ อังคพิพัฒนชัย

นายกีรติ เหลืองชูเกียรติ

นายสมบัติ ตรีวิศวเวทย์

นางทิพย์วารี อรรถกฤษณ์

นางสาวอรุณี ตรีวิศวเวทย์

นางสาวสวรรยา ตรีวิศวเวทย์

  • ระบุและประเมินความเสี่ยงใหม่ รวมถึงพิจารณา ความสัมพันธ์ จากผลกระทบความเสี่ยงแต่ละเรื่อง
  • ดำเนินการติดตามความสำเร็จของการบริหารความเสี่ยง โดยพิจารณาจากแผนงานของคณะทา งานที่รับผิดชอบใน ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ และผลสาเร็จของตัววัดผลที่เชื่อถือ ได้จากการปฏิบัติงานตามแผนนั้น
  • เสนอผลการบริหารความเสี่ยงให้กับคณะกรรมการ บรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยงอนุมัติ และรายงานต่อ คณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อ ติดตามอย่างใกล้ชิดและมั่นใจว่าความเสี่ยงอยู่ในของ องค์กรรวมถึงความเสี่ยงด้านการปล่อยคาร์บอนฟรุตพ ริ้นท์ขององค์กรอยู่ระดับที่ยอมรับได้
  • มีการจัดทำเพื่อประเมินความเสี่ยงหรือโอกาสที่จะเกิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ช.การช่าง มีความมุ่งมั่นในการเปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างโปร่งใส โดยยึดแนวทางการเปิดเผยข้อมูลตามข้อแนะนำของคณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Task Force on Climate-related Financial Disclosures: TCFD) ควบคู่กับการให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิต (Emissions Intensity) และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนกลยุทธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ

ในปี 2568 บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท แอดวานซ์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษา และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยบริษัท บูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การดำเนินงานดังกล่าว บริษัทจะได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 และได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในช่วงเดือนมีนาคมและพฤษภาคม 2568 ตามลำดับ

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ
หน่วย: กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตันการผลิต
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
Scope 1 : การปล่อย GHG ทางตรง 8,671.00 10,861.00 22,967.00
การปล่อยก๊าซไบโอเจนิคทั้งหมด (Biogenic CO2 Emission) 395.00 645.00 965.00
Scope 2 : การปล่อย GHG ทางอ้อมที่เป็นพลังงาน 7,784.00 8,729.00 7,407.00
Scope 3 : การปล่อย GHG ทางอ้อมอื่น ๆ 219,302.00 227,134.00 294,654.00
รวม 236,152.00 246,724.00 325,028.00

การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Risk Assessment) ร่วมกับคู่ค้า เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัท ทั้งในด้านความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ตัวอย่างของความเสี่ยงทางกายภาพ ได้แก่ อุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานในโครงการก่อสร้างลดลง ผลการประเมินดังกล่าวจะถูกบูรณาการเข้าสู่กลยุทธ์ทางธุรกิจ แผนการดำเนินงาน และแผนบริหารความเสี่ยงของบริษัท เพื่อระบุโอกาสใหม่ ๆ และกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ ช.การช่าง จะจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบูรณาการการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานด้านการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาธุรกิจ และความยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและรักษาความสามารถในการแข่งขัน แนวทางดังกล่าวยังช่วยให้การดำเนินงานของ ช.การช่าง สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะนักลงทุน อีกทั้งยังสนับสนุนเป้าหมายของความตกลงปารีสในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยบริษัทดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ (National Determined Contributions: NDCs)

ภายใต้แนวทางข้อแนะนำของคณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) บริษัทได้ระบุพื้นที่ปฏิบัติงาน 5 แห่ง ตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่มีความเปราะบางต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศสูงสุด และดำเนินการประเมินลักษณะทางกายภาพและภูมิศาสตร์ของพื้นที่ดังกล่าวด้วยซอฟต์แวร์ประเมินความเสี่ยงเฉพาะทาง ความเสี่ยงทางกายภาพที่สำคัญ ได้แก่ คลื่นความร้อน การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน น้ำท่วม พายุฝนฟ้าคะนอง ภัยแล้ง และไฟป่า ขณะที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและนโยบาย ภาวะตลาด ความต้องการในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป และอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัล

ทั้งนี้ กระบวนการประเมินทั้งหมดดำเนินการผ่านการประเมินโดยใช้ฉากทัศน์ (Scenario Analysis) ภายใต้กรอบแนวคิดเส้นตัวแทนเศรษฐกิจและสังคมร่วม หรือ Shared Socioeconomic Pathways (SSP) ซึ่งพิจารณาปัจจัยสำคัญ อาทิ แนวโน้มประชากร การเติบโตทางเศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยกรอบดังกล่าวแบ่งสถานการณ์อนาคตออกเป็น 5 ฉากทัศน์ ได้แก่

ในการวิเคราะห์ฉากทัศน์ (Scenario Analysis) บริษัทได้ประเมินสถานการณ์อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียสที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนธุรกิจ โดยพิจารณา 2 สถานการณ์ระยะยาว ได้แก่ (1) สถานการณ์ที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงอยู่ในระดับสูงหรือสูงมาก ส่งผลให้ปริมาณการปล่อยเกือบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2593 และ (2) สถานการณ์ที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนสามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2593

จากการประเมินดังกล่าว บริษัทได้ระบุความเสี่ยงและ/หรือโอกาสที่สำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในมิติความเสี่ยงทางกายภาพและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน และบูรณาการประเด็นเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนการจัดการเบื้องต้น
ความเสี่ยงทางกายภาพ

ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำ

พิจารณาถึงในห่วงโซ่อุปทาน หรือ คู่ค้า ของ ช.การช่าง เนื่องจากน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตวัสดุก่อสร้าง การขาดแคลนน้ำสามารถส่งผลต่อปริมาณวัสดุก่อสร้างของ ช.การช่าง ได้ กระทบต่อการดำเนินธุรกิจการก่อสร้าง อาจเกิดเหตุการหยุดชะงัก ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียในการส่งมอบงาน และในกรณีที่จำเป็นต้องการคงมาตรานการผลิตวัสดุก่อสร้าง อาจจำเป็นต้องมีการเพิ่มต้นทุนเพื่อหาแหล่งน้ำทดแทน การพึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติอาจมีความเสี่ยงได้ เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่มีหลากหลายโครงการและองค์กรบริโภคเช่นเดียวกัน

ประเภทของความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
  • ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน
  • ความเสี่ยงด้านการเงิน
  • การวางแผนล่วงหน้าในการใช้วัสดุก่อสร้างล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขาดแคลนวัสดุก่อสร้างในระหว่างการดำเนินโครงการ
  • การสื่อสารกับคู่ค้าวัสดุก่อสร้าง สนับสนุนคู่ค้าในการป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำ
ความเสี่ยงทางการเปลี่ยนผ่าน

การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและราคาคาร์บอน

การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายภายในประเทศและความร่วมมือกันในระดับสากลในการตั้งราคาภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ให้เป็นกลไกบังคับเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากหลากหลายประเทศเริ่มมีการตั้งมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) สามารถส่งผลต่อต้นทุนการวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น หรืออาจเกิดความล่าช้าในการขนส่งวัสดุก่อสร้าง ในกรณีที่คู่ค้าไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานหรือกฎระเบียบได้

ประเภทของความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงด้านการเงิน
  • ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
  • การตั้งราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Price: ICP) สามารถใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ประกอบการพิจารณาการลงทุน การรับมือกับคู่ค้าที่มีความเสี่ยง และการเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าใด ๆ นอกจากนั้นยังสามารถช่วยประเมินผลกระทบของโครงการจากการลดหรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเชิงธุรกิจ จ

การลงทุนในสิ่งก่อสร้างพื้นฐาน

การลงทุนในสิ่งก่อสร้างพื้นฐานในปัจจุบันของประเทศ นับว่าเป็นโอกาสสำหรับ ช.การช่าง เนื่องจาก โครงสร้างพื้นฐานส่วนมากยังต้องการการพัฒนาและปรับปรุง อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่ระบบการเดินทาง เช่น ถนน ทางพิเศษ (ทางด่วน) ระบบรางสำหรับรถไฟ การเดินทางทางอากาศ ท่าเรือ เป็นต้น และนอกจากนี้ยังนับว่าเป็นโครงการที่สามารถต่อยอดไปยังด้านการลงทุนที่ยั่งยืน (Green Bond และ Green Loan) ได้เช่นเดียวกัน

ประเภทของความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
  • ความเสี่ยงด้านการเงิน
  • ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
  • สร้างโอกาสและศึกษาเพิ่มเติมในด้านการก่อสร้างสีเขียว
  • ดำเนินการประเมิน เปิดเผย การจัดการด้านความยั่งยืนของ ช.การช่าง ซึ่งครอบคลุมทั้ง การกำกับดูแล การวางกลยุทธ์ การประเมินความเสี่ยง และการตั้งตัวชี้วัดและเป้าหมาย เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และนักลงทุน
  • ลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Technology) สำหรับสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการก่อสร้างสีเขียว