การปฏิบัติต่อแรงงานและการจัดการทุนมนุษย์
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
เนื่องจากธุรกิจก่อสร้างและการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคของบริษัทส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานในทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานประจำ ชั่วคราว และผู้รับเหมา ทั้งในด้านสังคม สิทธิมนุษยชน และเศรษฐกิจ การบริหารและดูแลบุคลากรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เช่น การพัฒนาทักษะ การจัดฝึกอบรม และโครงการสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานมีความสามารถที่สอดคล้องกับงาน มีความก้าวหน้าในอาชีพ และได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม หากขาดการบริหารที่ดี อาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานและการลาออกของพนักงาน ในทางกลับกัน การบริหารที่ดีช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ โดยเพิ่มทักษะที่จำเป็น รองรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และส่งเสริมความยั่งยืนในอนาคต
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 5:
เป้าหมายที่ 8:

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

ช.การช่าง บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล โดยยึดหลักปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานของประเทศไทย กรอบการดำเนินงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization: ILO) และนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท
ที่มีการสื่อให้พนักงานทุกคนได้รับทราบอย่างทั่วถึง ไม่สนับสนุนกิจกรรมที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน ธุรกิจของบริษัทต้องปราศจากการใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ อาทิ การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย และการใช้แรงงานบังคับ ทั้งในองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม เคารพสิทธิแรงงาน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ ทั้งในประเด็นด้าน สัญชาติและเชื้อชาติ ศาสนา ความหลากหลายทางเพศ อายุ และสภาพร่างกาย บริษัทสื่อสารแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้พนักงานรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การปฐมนิเทศพนักงานใหม่และการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติตามค่านิยมองค์กรที่สื่อสารไปยังพนักงานทั่วโลก และได้รับการแปลเป็นภาษาที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม
เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักในแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร พร้อมทั้งดูแลสิทธิพนักงาน ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย บริษัทส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน การพัฒนาศักยภาพในทุกระดับ ตลอดจนดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
- ตรวจสอบอายุและเอกสารทางกฎหมายในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน
- กำหนดให้คู่ค้าปฏิบัติตามข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
- จัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการพนักงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารและหารือกับฝ่ายบริหาร
- กำหนดชั่วโมงการทำงานสูงสุดและให้มีแบบฟอร์มขออนุมัติการทำงานล่วงเวลา
- ดำเนินการสำรวจค่าตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และแสดงเจตนารมณ์ในการจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างเพื่อการดำรงชีพ
- จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่ไม่เปิดเผยตัวตนของผู้แจ้งเบาะแสสำหรับการรายงานข้อกังวลด้านสิทธิแรงงาน
การรวมกลุ่มของพนักงาน

ช.การช่าง ให้ความสำคัญกับการแสดงออกและรับฟังความเห็นจากพนักงาน ด้วยการให้เสรีภาพในการรวมกลุ่มเพื่อการเจรจาต่อรอง โดยได้จัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการตามมาตราที่ 96 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ขึ้นในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566 ซึ่งให้อำนาจและหน้าที่แก่คณะกรรมการดังนี้
- ร่วมหารือ ให้คำปรึกษา และเสนอแนะความเห็นแก่นายจ้าง ด้านการบริหารจัดการเพื่อจัดสวัสดิการสำหรับลูกจ้าง
- ตรวจตรา ควบคุม ดูแล การจัดสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้แก่ลูกจ้าง
- เสนอข้อคิดเห็นและแนวทางในการจัดสวัสดิการที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกจ้างต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน
ทางคณะกรรมการสวัสดิการจัดประชุมอย่างสม่ำเสมอเพื่อหารือและพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2025 คณะกรรมการได้ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสุขภาพของพนักงานเป็นลำดับแรก เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน โดยมีมติให้บริษัท ร่วมกับโรงพยาบาลลาดพร้าว อำนวยความสะดวกในการจัดให้พนักงานของบริษัทได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง นอกจากนี้คณะกรรมการได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานีบริการน้ำดื่มภายในสำนักงาน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากพลาสติกหรือสารเคมีอื่น ๆ โดยมีข้อเสนอให้เปลี่ยนผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำดื่มเป็นรายที่มีเทคโนโลยีการกรองที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เช่น ระบบรีเวิร์สออสโมซิสและแผ่นกรองนาโนแทรป เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของพนักงาน
การพัฒนาศักยภาพพนักงาน
พนักงานถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กร เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของธุรกิจ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกระดับ: พนักงานทุกคนต้องได้รับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อปี โดยจัดทำแบบสำรวจการพัฒนาพนักงานประจำปี (Development Survey) เพื่อสำรวจความต้องการในการฝึกอบรมของทุกสายงานที่ประกอบด้วยความสามารถหลักขององค์กร (Core Competency) และความสามารถเฉพาะสายงาน (Functional Competency) ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ผลการประเมินพนักงานของแต่ละสายงานตามแบบฟอร์มการบริหารผลงาน (Performance Management Form) ก่อนการวางแผนการฝึกอบรมตลอด
ปีงบประมาณ 2568 ภายใต้แผนการฝึกอบรม (Training Plan) ซึ่งประกอบด้วยโครงการฝึกอบรมทั้งหมด 23 โครงการ เช่น การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานการฝึกอบรมด้านการรายงานด้านการเงินตามมาตรฐาน The Financial Reporting Standards (TFRS) การฝึกอบรมด้านการวางแผนงานก่อสร้างและการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และที่ปรึกษา เป็นต้น
ตัวอย่างโครงการฝึกอบรมของ ช.การช่าง แยกตามประเภทการฝึกอบรม
- ความปลอดภัยในการทำงานในพื้นที่อับอากาศ
- โครงการส่งเสริมความปลอดภัยเชิงรุกด้านอาชีวอนามัย
- โครงการอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน
- การป้องกันอัคคีภัยขั้นพื้นฐาน
- การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR)
- แนวทางการป้องกันการทุจริตในองค์กร
- การปฐมนิเทศพนักงานใหม่
- พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2567
- รายละเอียดและรายการค่าใช้จ่ายสำหรับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะแรงงานและเปลี่ยนอาชีพ
- การเลือกและปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับวัย
- มารยาทในการขับขี่และการขับขี่อย่างปลอดภัย
- IFRS S1 และ IFRS S2
- ระบบโครงการ ERP (SAP)
- OKMD CAREER Bootcamp 2025: สื่อ AI
- การฝึกอบรมด้วยการทำงานจริง (On The Job Training)
- มาตรฐานการรายงานทางการเงินไทย (TFRS) ปี 2568
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- การใช้ AI ในการทำงาน
- การตรวจสอบและควบคุมงานก่อสร้าง
- การติดตั้งตู้เก็บสายดับเพลิงและถังน้ำ
- การติดตั้งท่อและสายไฟฟ้า
- การปิดบัญชีและการแก้ไขปัญหาภาษี
- การวางแผนการเงินและภาษีสำหรับพนักงานประจำ
- การวางแผนก่อสร้าง: ความร่วมมือระหว่างเจ้าของโครงการ คู่ค้า และที่ปรึกษา
- การวางแผนโครงการและการใช้ซอฟต์แวร์ Primavera
- การอนุมัติชั่วโมงการทำงานเครื่องจักรด้วยระบบแพลตฟอร์มและ E-Ticket
- การออกแบบฐานรากทนแรงสั่นสะเทือนตามมาตรฐาน DPT 1301/1302-61
- เทคนิคการสำรวจในการก่อสร้าง
- ประกันงานก่อสร้าง (Contractor’s All Risks)
- ผู้ตรวจสอบคุณภาพภายใน (Internal Quality Auditor: IQA)
- หลักการคำนวณต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสำหรับการใช้งานจริง
- กระบวนการอนุญาโตตุลาการ
- AI และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)
- การประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
- โครงการผู้นำ CEO สู่ Net Zero
- การบริหารความมุ่งมั่น: สร้างแรงบันดาลใจในทีมเพื่อขับเคลื่อนการทำงาน
- ความซื่อสัตย์ในการวิจัย (Research Integrity)
- ระบบคมนาคมเมืองอัจฉริยะและยั่งยืน & การวิเคราะห์ด้วย AI
- การพัฒนาทักษะการกำกับดูแล
- การติดตั้งไฟฟ้าแรงต่ำและอุปกรณ์ประกอบ
- Office Syndrome: โรคทั่วไปในกลุ่มผู้ทำงาน
การฝึกอบรมเรื่องการกลั่นแกล้งและการล่วงละเมิด

เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการป้องกันการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน ช. การช่าง ได้จัดการฝึกอบรม Passion Training, Capability Development และ Employee Orientation ให้แก่พนักงานและผู้จัดการ เนื้อหาและสื่อการฝึกอบรมได้บูรณาการเรื่องการกลั่นแกล้งและการล่วงละเมิด โดยครอบคลุมประเด็นเช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ รสนิยมทางเพศ และความพิการ ในบริบทของที่ทำงาน สำหรับอนาคต ช. การช่าง มีแผนที่จะจัดการฝึกอบรมเฉพาะเรื่องการรังแกและการล่วงละเมิด เริ่มตั้งแต่ปี 2569 โดยมุ่งเน้นที่ระดับผู้จัดการ เพื่อให้สามารถจัดการกรณีการรังแกและการล่วงละเมิดของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ช่องทางการรายงาน และการสังเกตสัญญาณเริ่มต้นของการกลั่นแกล้งและการล่วงละเมิด นอกจากนี้ ช. การช่าง ยังตั้งเป้าหมายที่จะจัดทำโครงการส่งเสริมความหลากหลายทางเพศในแรงงาน และมีแผนจัดโครงการ DEIB (Diversity, Equity, Inclusion & Belonging) ในปี 2569 ข้อมูลด้านความหลากหลายของแรงงานสามารถเข้าถึงได้จากสำมะโนพนักงาน
การดำเนินการของ ช. การช่าง ในการจัดการประเด็นด้านแรงงาน
สำหรับพนักงานที่เข้ามาใหม่ในฐานะพนักงานของ ช. การช่าง บริษัทจะขอเอกสารเพื่อพิจารณาความเหมาะสมและตรวจสอบว่าบุคคลนั้นไม่ละเมิดแนวทางปฏิบัติด้านแรงงาน รวมถึงการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ ในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน ช. การช่าง ไม่เลือกปฏิบัติตามเพศ เชื้อชาติ หรือรสนิยมทางเพศ บริษัทมุ่งคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถสอดคล้องกับลักษณะงาน ช. การช่าง ได้จัดทำคู่มือพนักงานซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ชั่วโมงการทำงานของบริษัท (เช่น แบบฟอร์มยินยอมทำงานล่วงเวลา ชั่วโมงการทำงานตามปกติของบริษัท) โดยสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้ข้อกำหนดชั่วโมงการทำงานของบริษัท วันทำงานปกติไม่เกินหกวันต่อสัปดาห์ และชั่วโมงการทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พนักงานมีเวลาพักอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน การทำงานล่วงเวลาเป็นไปโดยสมัครใจ และต้องได้รับการยินยอมจากพนักงานผ่านการลงนามในแบบฟอร์มขอทำงานล่วงเวลา นอกจากนี้ ช. การช่างยั งทำการสำรวจค่าตอบแทนในอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับเงินเดือนอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม สนับสนุนค่าจ้างที่สอดคล้องกับค่าครองชีพของพนักงานปัจจุบัน พร้อมกันนี้ ช. การช่าง ได้จัดตั้งกลไกร้องเรียนแบบไม่ระบุตัวตนสำหรับการละเมิดมาตรฐานแรงงาน (ตารางด้านล่าง) บริษัทยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและดำเนินมาตรการทางวินัยต่อผู้ที่ละเมิดและผู้ฝ่าฝืน
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
บริษัทดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยใช้แบบฟอร์มบริหารผลงาน (Performance Management Form) โดยเป็นการประเมินตามตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับสายงานของผู้รับการประเมิน เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญและนำผลการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงานมาใช้ในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของพนักงาน และกำหนดแผนการฝึกอบรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการและทักษะวิชาชีพเฉพาะทาง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ดังระบุในเนื้อหาการพัฒนาศักยภาพพนักงานก่อนหน้า
การดึงดูดและรักษาบุคลากร
บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษาบุคลากรที่มีความสามารถและการดึงดูดผู้ที่มีศักยภาพสูง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยมุ่งเน้นการสรรหาและคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการรักษาบุคลากรที่มีคุณค่า ผ่านการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการจัดทำและปรับปรุงเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) ของแต่ละกลุ่มงาน นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมและพัฒนาบุคลากรผู้ที่อยู่ในแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Talent & Succession Management) อย่างจริงจัง ทั้งนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของพนักงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจและความผูกพันในองค์กรอย่างยั่งยืน

ในปี 2568 บริษัทได้สำรวจความพึงพอใจของพนักงาน โดยมีความครอบคลุมพนักงานอยู่ที่ 100% และมีระดับคะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 91% ถือว่าบรรลุเป้าหมายของ ช.การช่างที่ตั้งไว้ที่ 80% โดยผลสำรวจเปิดเผยประเด็นที่พนักงานงานมีความพึงพอใจต่อ ช.การช่าง น้อยที่สุด คือ “ประเด็นความพร้อมด้านอุปกรณ์และเครื่องมือ ที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน” ซึ่งรวมถึงคอมพิวเตอร์และเครื่องมือไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงเริ่มโครงการใหม่ บริษัทได้ดำเนินแก้ไขโดยใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นมีความพร้อมใช้งาน สนับสนุนประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และลดอุปสรรคในการดำเนินโครงการ ทั้งนี้ ช.การช่างได้ สื่อสารผลการประเมินความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อองค์กรและการจัดการที่ตอบสนองต่อผลสำรวจฯ ให้พนักงานทั่วทั้งองค์กรรับทราบผ่านทั้งระบบ Intranet ภายใน รายงานความยั่งยืนฉบับนี้ และเว็บไซต์หลักของ ช.การช่าง
คุณภาพชีวิต และสวัสดิการ
บริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเอื้อต่อความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมทั้งจัดสรรสวัสดิการที่เหมาะสม โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานอย่างเคร่งครัด ตัวอย่างสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่พนักงานจะได้รับ ได้แก่ โบนัสตามผลงานหรือผลประกอบการ ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกายผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีและพร้อมสำหรับการทำงานอย่างเต็มที่ เป็นต้น ส่งผลให้มีอัตราการลาป่วยของพนักงาน 160 คน ในปี 2568
ตัวอย่างการดำเนินงาน

การร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกด้านการปฏิบัติต่อแรงงาน
ช. การช่าง มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานแรงงานผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ และการนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากลมาใช้ ในปี 2568 บริษัทได้เพิ่มความเข้มข้นในการมีส่วนร่วมกับองค์กรแรงงานภายนอก เพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย การพัฒนากำลังคน และอาชีวอนามัยและความปลอดภัย บริษัทเข้าร่วมและจัดกิจกรรมสำคัญจำนวนสามโครงการร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
กองทุนสวัสดิการพนักงาน
- พันธมิตร: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- กิจกรรม: เข้าร่วมการอบรม “กองทุนสวัสดิการพนักงาน”
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีการ พ.ศ. 2567 และการบริหารจัดการเงินสมทบของพนักงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เข้าใจสิทธิประโยชน์เชิงเปรียบเทียบของกองทุนสวัสดิการ และบังคับใช้สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมาย
โครงการยกระดับทักษะแรงงาน
- พันธมิตร: กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- กิจกรรม: การอบรม “การยกระดับทักษะแรงงานและการฝึกอบรมเปลี่ยนอาชีพ”
- วัตถุประสงค์: ใช้ประโยชน์จากพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (พ.ศ. 2545) ในการยกระดับทักษะของพนักงานอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือนี้ช่วยให้ ช. การช่าง ใช้กลไกสนับสนุนของภาครัฐในการพัฒนาทักษะและการฝึกอบรมเปลี่ยนอาชีพ ผ่านระบบ PRB e-Service อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก
- พันธมิตร: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- กิจกรรม: การอบรม “อาชีวอนามัยและความปลอดภัยเชิงรุก”
- วัตถุประสงค์: ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เหนือกว่าการปฏิบัติตามกฎหมายขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นการระบุความเสี่ยงและการบริหารจัดการอย่างเชิงรุกทั้งในระดับผู้บริหารและปฏิบัติการ

โครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขภาพพนักงาน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน จึงได้จัดโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ และลดการแพร่ระบาดของโรคในองค์กร โดยพนักงานจำนวน 1,093 คน คิดเป็น 75% ของพนักงานทั้งหมด ได้รับการฉีดวัคซีนในโครงการนี้ ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพนักงาน ลดการเจ็บป่วยและการลาหยุด ขณะเดียวกันยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลให้กับองค์กร
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมขวัญกำลังใจให้พนักงาน พร้อมปกป้องการแพร่ระบาดภายในองค์กร สร้างความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัท อันเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงานทุกคน ทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อองค์กรในระยะยาว
ประโยชน์ที่ ช.การช่าง ได้รับ
- ครอบคลุมพนักงาน 76.38% ขององค์กร ช่วยลดความเสี่ยงของการระบาดโรคติดเชื้อ สนับสนุนให้จำนวนวันขาดงานและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลลดลง และรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
ประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- พนักงานจำนวน 1,093 คน ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดสี่สายพันธุ์และวัคซีนปอดบวม (>75% ของพนักงาน) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันส่วนบุคคลและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแต่ละบุคคล

การฝึกอบรมด้านนวัตกรรม: “การคิดสร้างสรรค์ และ “Positive Thinking & Can do”
เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการพัฒนานวัตกรรมมางธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำธุรกิจก่อสร้างในภูมิภาคอย่างยั่งยืน และการขยายผลเทคโนโลยีและนวตักรรมสู่ประชาชนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางนวัตกรรมของสังคม บริษัทดำเนินโครงการฝึกอบรมพนักงานด้านนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการคิดค้นหรือพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นภายในบริษัท
ในปี 2568 ช. การช่าง ได้จัดโปรแกรมฝึกอบรม “การใช้ AI ในการทำงาน” สำหรับพนักงานทุกระดับ โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในสถานที่ทำงาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงานในกระบวนการต่าง ๆ เนื้อหาการฝึกอบรมมุ่งเน้นการทำความเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยี AI และการใช้เครื่องมือ AI สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดทำรายงาน การสื่อสาร และการบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้วิธีการประยุกต์ใช้ AI เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และสนับสนุนการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในงานประจำวัน
ประโยชน์ที่ ช.การช่าง ได้รับ
- พนักงานจำนวน 92 คน ผ่านการฝึกอบรม “การใช้ AI ในการทำงาน” (คิดเป็น 5.15% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด)
- ช่วยส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กรอย่างกว้างขวาง
ประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- สร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI ในเชิงปฏิบัติ และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ AI ในการทำงาน
- ส่งเสริมการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และการตัดสินใจโดยอิงข้อมูล
- ลดภาระงานประจำ ทำให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นงานที่มีมูลค่าสูงกว่า
การตั้งเป้าหมาย
หมายเหตุ: * ช. การช่าง ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของพนักงานทุก ๆ 2 ปี Performance and Results
