คุณภาพวัสดุก่อสร้าง
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
กิจกรรมของ ช.การช่าง ครอบคลุมงานก่อสร้างและการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ มุ่งเน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูง ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การอนุรักษ์ทรัพยากร การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และควบคุมกระบวนการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ลูกค้า ชุมชน พนักงาน และนักลงทุน บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความยั่งยืน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงในการทำงาน สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ลดต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมเสริมสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัท การรักษามาตรฐานคุณภาพวัสดุและกระบวนการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด ช่วยลดความเสี่ยงด้านโครงสร้าง ความล่าช้า และข้อพิพาทตามสัญญา
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 11:
เป้าหมายที่ 12:
เป้าหมายที่ 13:

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
- เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย ร้อยละ 10 ของมูลการวัสดุของ โครงการ
- คอนกรีตต้องมีวัสดุรีไซเคิลไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 และวัสดุท้องถิ่นร้อยละ 100
- เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณต้องมีวัสดุรีไซเคิลร้อยละ 90 และวัสดุท้องถิ่น ร้อยละ 90
- อิฐมวลเบาและอิฐมอญต้องมีวัสดุท้องถิ่น ร้อยละ 100
- ลดขยะจากการก่อสร้างตาม TREES NC Credit MR 2 ด้วยกระบวนการ reuse หรือ recycle ให้ได้อย่างน้อย ร้อยละ 50 ด้วยนํ้าหนักและปริมาตร
(อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานจะพยายามลดขยะให้ได้มากกว่า ร้อยละ 75)

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

บริษัทดำเนินงานภายใต้นโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมแนวทางการก่อสร้างอย่างยั่งยืนตามแนวคิด “การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Construction)” โดยให้ความสำคัญกับประเด็นหลัก ได้แก่ การบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบตลอดวงจรของกิจกรรมการก่อสร้าง
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
วัสดุอันตรายและสารอินทรีย์ระเหยง่าย
มาตรฐาน ISO และการประกันคุณภาพ
การรับประกันคุณภาพงานก่อสร้าง
แนวทางการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
บริษัทได้ดำเนินแนวทางการบริหารจัดการของเสียจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดให้มีการคัดแยกของเสียตั้งแต่ต้นทาง และส่งต่อไปยังผู้ให้บริการจัดการของเสียที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อดำเนินการรีไซเคิลหรือกำจัดอย่างเหมาะสม
วัสดุเหล่านี้จะถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์หรือกำจัดตามกระบวนการที่เป็นระบบและโปร่งใส ดังรายละเอียดกระบวนการต่อไปนี้
คุณภาพของวัสดุก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความปลอดภัย ความทนทาน และประสิทธิภาพในการใช้งานของโครงสร้าง บริษัทได้กำหนดมาตรฐานภายในและแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับงานแบบหล่อคอนกรีต เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย วิศวกรรม และคุณภาพอย่างครบถ้วน
มาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติ
| การเลือกใช้วัสดุ | กระบวนการควบคุมคุณภาพ |
|---|---|
|
|
ช.การช่าง ได้จัดทำแนวทางการการใช้วัสดุให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการดำเนินงาน ทั้งการวางแผนการก่อสร้างอย่างเป็นระบบและการใช้วัสดุซ้ำให้ได้มากที่สุดบนพื้นฐานด้านความปลอดภัย โดยกระบวนต่าง ๆ เช่น การเคลือบไม้แบบด้วยสารเคมีถนอมเนื้อไม้หรือน้ำยาทาแบบ การก่อสร้างที่พักคนงานจากวัสดุเดิมที่ยังคงคุณภาพและความปลอดภัย เป็นต้น
ก่อนการก่อสร้าง
- ตรวจสอบความแน่นหนาของแบบหล่อก่อนเรียงเหล็กเสริม
- ทำความสะอาดแบบหล่อเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม
- ห้ามวางวัสดุก่อสร้างทับบนแบบหล่อเพื่อป้องกันความเสียหาย
ระหว่างการก่อสร้าง
- ติดตั้งอุปกรณ์ปรับระดับเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของแบบหล่อขณะเทคอนกรีต
- เฝ้าสังเกตความแข็งแรงของแบบหล่อระหว่างเทคอนกรีต หากพบการทรุดตัวให้แก้ไขทันที
หลังการก่อสร้าง
- การถอดแบบหล่อต้องเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น แบบข้างคาน เสา กำแพง และฐานรากต้องรอ 2 วันก่อนถอด
- หลังถอดแบบ ต้องมีการค้ำยันเพิ่มเติมเพื่อรองรับน้ำหนักของโครงสร้าง
- ทดสอบพื้นผิวคอนกรีตและดำเนินการแก้ไขหากพบข้อบกพร่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เริ่มโครงการนำร่องในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้วัสดุผ่านระบบ SAP : Controlling System โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการใช้วัสดุให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ภายหลังเสร็จสิ้นระยะนำร่อง บริษัทมีแผนขยายการใช้งานระบบ SAP Controlling System ไปยังการดำเนินงานในส่วนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการวางแผนการใช้วัสดุทั่วทั้งองค์กร
การใช้การวิเคราะห์วงจรชีวิต (LCA) ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือระบบ
ช.การช่าง ใช้การวิเคราะห์วงจรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมิน วิเคราะห์ และรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์หรือระบบในงานก่อสร้าง ตั้งแต่การจัดหาวัสดุ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดทิ้ง โดยการใช้ LCA ช่วยให้สามารถวางแผนและออกแบบที่คำนึงถึงการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ลดของเสียและมลพิษ พร้อมทั้งสนับสนุนการเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน เช่น วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น อีกทั้งยังนำข้อมูลจาก LCA มาปรับปรุงกระบวนการก่อสร้างและการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และเสริมศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการปกป้องสิ่งแวดล้อมในระยะยาวว
การตั้งเป้าหมาย
ช.การช่าง ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก ตั้งแต่ปี 2567 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้วัสดุรีไซเคิล และ วัสดุท้องถิ่น (Regional Material) ในสัดส่วนที่กำหนด
| ตัวชี้วัด/เป้าหมาย | ผลการดำเนินงาน 2568 | การรับรอง |
|---|---|---|
|
ช.การช่าง สามารถดำเนินการได้สอดคล้องตามตัวชี้วัดและเป้าหมายที่กำหนดตามข้อตกลงในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านการตรวจสอบ Material Checklist นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบวัสดุที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
|
|
ผลการดำเนินงาน
การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการใช้วัสดุในรอบระยะเวลารายงานสะท้อนถึงความก้าวหน้าโดยรวมของโครงการและความเข้มข้นของกิจกรรมก่อสร้าง โดยมีการติดตามปริมาณการใช้วัสดุเทียบกับแผนที่กำหนดไว้ เพื่อควบคุมการสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดหา และลดปริมาณของเสียจากการก่อสร้าง