ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

เนื่องจากทุกขั้นตอนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่ามีกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้อง พนักงานของ ช.การช่าง จึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ โดยบริหารจัดการโครงการก่อสร้างและพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคที่ได้รับมอบหมายจากลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

ผู้รับเหมาเริ่มดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า ในขณะเดียวกัน ชุมชนบริเวณพื้นที่ก่อสร้างก็ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานก่อสร้างทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตลอดกระบวนการดำเนินงาน โดยพนักงานของผู้รับเหมา พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า และชุมชน ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเท่าเทียมและเป็นธรรม หากขาดการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม และปล่อยให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ การเลือกปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง บริษัทจะได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงและเสื่อมเสียชื่อเสียง

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 1:
ขจัดความยากจน
เป้าหมายที่ 3:
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์
มีบทบาทสำคัญในการสร้างความรับผิดชอบของบริษัทผ่านการกำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงาน นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของบริษัท เพื่อรักษาหลักการโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่ดี ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลาอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสนับสนุนความสามารถในการตัดสินใจลงทุนอย่างรอบรู้ สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ
พนักงาน
พนักงานเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อให้มั่นใจในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ บริษัทมุ่งมั่นในการจัดทำนโยบายสิทธิมนุษยชนภายในองค์กรที่ชัดเจนและครอบคลุม ซึ่งส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นโยบายดังกล่าวมุ่งหวังสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และครอบคลุม ปราศจากการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ ตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับโลกด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลองค์กร
ลูกค้า
ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน โดยยึดมั่นในมาตรฐานความเป็นเลิศในการให้บริการสูงสุด ความลับของลูกค้าต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งจัดหาข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส นอกจากนี้ ต้องจัดให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเพื่ออำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที เสริมสร้างความไว้วางใจและความรับผิดชอบในกระบวนการให้บริการ
คู่ค้าและผู้รับเหมา
มคู่ค้าทางธุรกิจและผู้รับเหมาเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน โดยจัดหาวัสดุและแรงงานที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินงานอย่างราบรื่น ตามหลักธรรมาภิบาลของบริษัทและมาตรฐานการแข่งขันที่เป็นธรรม บริษัทยึดมั่นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งส่งเสริมคุณค่าร่วมและการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน มีการจัดทำกรอบสัญญามาตรฐานเพื่อให้มั่นใจในความสม่ำเสมอ พร้อมมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวดเพื่อรักษาความลับของคู่ค้าทางธุรกิจ
ชุมชนและประชาชน
ด้วยการตระหนักว่าบริษัทดำเนินงานในพื้นที่ใกล้เคียงกับชุมชนท้องถิ่น ข้อบกพร่องในการดำเนินงานใด ๆ อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทยึดมั่นในหลักการที่ว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแข็งขันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนั้น ช.การช่าง จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านธรรมาภิบาล พร้อมทั้งประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ และส่งเสริมโอกาสการจ้างงานที่ครอบคลุมเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็น

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

ช.การช่าง มีความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งครอบคลุมพนักงาน คู่ธุรกิจ คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัทฝังแนวทางด้าน สิทธิมนุษยชน ลงในสัญญากับคู่ค้าและผู้รับเหมาผ่านจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) โดยกำหนดให้ปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับการไม่เลือกปฏิบัติ การห้ามใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ รวมถึงการสร้างสภาพการทำงานที่ปลอดภัย คู่ธุรกิจจะได้รับการชี้แจงนโยบาย ขณะที่คู่ค้าจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขององค์กรสหประชาชาติ (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) หลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) การสอดคล้องดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษาสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งช่วยเสริมสร้างธรรมาภิบาลองค์กรที่รับผิดชอบและการปฏิบัติแรงงานอย่างมีจริยธรรม

ช.การช่าง ดำเนินการทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเพิ่มรายละเอียดให้มีความครอบคลุมประเด็นการดำเนินงานของพนักงานในระยะเวลาทำงานที่เหมาะสม การไม่ละเมิดสิทธิเด็ก การรวมกลุ่มอย่างเสรีและการเจรจาต่อรองกับนายจ้างของพนักงาน การปฏิบัติตามกฎระเบียบแรงงานของประเทศ

บริษัท ช.การช่าง ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อประเมินความเสี่ยง ค้นหาแนวทางป้องกัน และวางมาตรการเยียวยาหากเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทปฏิบัติตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคม และยั่งยืนในระยะยาว

การจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของ ช.การช่าง
การจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของ ช.การช่าง ดูภาพขนาดใหญ่

โครงสร้างธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน

1. หน้าที่และความรับผิดชอบในระดับคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการรับรองว่าบริษัทดำเนินธุรกิจโดยเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการและตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท คณะกรรมการมีความรับผิดชอบดังนี้

  • การอนุมัตินโยบายและกลยุทธ์ด้าน สิทธิมนุษยชน เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์และนโยบายของบริษัทสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น หลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP)
  • การกำกับดูแลโครงการด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินโครงการเป็นไปอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งองค์กร
  • การทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยรวมและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของบริษัท
2. หน้าที่และความรับผิดชอบในระดับพนักงานปฏิบัติการ

หน่วยงานฝ่ายบุคคลและฝ่ายความเสี่ยงมีความรับผิดชอบในการดำเนิน การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) และสนับสนุนองค์กรในการประยุกต์ใช้แนวทางและกระบวนการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งรวมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อระบุความเสี่ยง ดำเนินมาตรการป้องกันและจัดการ และแก้ไขประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ทีมงานเหล่านี้ยังมีหน้าที่ในการรายงานและส่งต่อประเด็น เหตุการณ์ หรือความเสี่ยงด้าน สิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นให้กับคณะกรรมการบริหารที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลยังจัดการฝึกอบรมและเสริมสร้างความสามารถเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และทักษะในการจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

3. คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ

คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบมีความรับผิดชอบในการกำกับดูแลและส่งเสริมมาตรฐานสวัสดิการพนักงานผ่านการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบกับนายจ้าง หน้าที่หลักของคณะกรรมการ ได้แก่ การปรึกษากับนายจ้างเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ การให้คำแนะนำเชิงวิชาการเพื่อปรับปรุงนโยบายสวัสดิการ การติดตามและประเมินความสอดคล้องของมาตรการสวัสดิการที่นายจ้างดำเนินการ และการเสนอแนวทางนโยบายต่อคณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งการมีส่วนร่วมเหล่านี้ดำเนินการเป็นประจำทุกปีเพื่อคุ้มครองสิทธิของพนักงาน สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงสวัสดิการ และให้มั่นใจว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศอย่างครบถ้วนสอดคล้องกับกรอบ ESG และ SDGs

นอกเหนือจากบทบาทในการกำกับดูแลสวัสดิการพนักงานแล้ว คณะกรรมการยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและบริษัท แสดงมุมมองของพนักงาน และร่วมกันแก้ไขปัญหาในสถานที่ทำงาน ความริเริ่มนี้สอดคล้องกับมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการพนักงานเพื่อกำกับดูแลและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีในสถานที่ทำงาน คณะกรรมการจะต้องจัดประชุมประจำปีเพื่อประเมินและปรับปรุงนโยบายสวัสดิการพนักงานเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ดีด้านความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อการปฏิบัติแรงงานอย่างเป็นธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร

ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)

บริษัท ช.การช่าง ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อย่างครบวงจรตามแนวปฏิบัติที่ดีระดับสากล รวมถึงหลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ผ่านกรอบงาน HRDD บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการและตลอดห่วงโซ่คุณค่า การประเมินเหล่านี้ช่วยระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้น ประเมินผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี (Women) สตรีตั้งครรภ์ (Pregnant Women) เด็ก (Children) เพศทางเลือก (LGBTQI+) ผู้สูงอายุ (Senior Citizens) ผู้พิการ (Person with Disabilities) แรงงานข้ามชาติ (Migrant Workers) แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม (Third-party employees) และชนพื้นเมือง (Indigenous People)

ประเด็นสำคัญที่ได้รับการประเมิน ได้แก่ สภาพการทำงาน ค่าจ้างที่เหมาะสม อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด แรงงานผิดกฎหมาย เสรีภาพในการรวมกลุ่่มเพื่อการเจรจาต่อรอง ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การจัดการความปลอดภัย และสิทธิชุมชน ผ่านกระบวนการ ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) บริษัทได้ระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญและให้ความสำคัญกับพื้นที่ต่อไปนี้ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในระดับสูง/สูงมากและจำเป็นต้องมีการควบคุมที่เข้มงวดยิ่งขึ้น


การประเมินความเสี่ยงและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ช.การช่าง ได้ดำเนินการวางแผนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการกำหนดคณะกรรมการและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตามแนวทางของ United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights ที่มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  1. การกำหนดขอบเขตในการระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง
  2. การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  3. การบรรเทาความเสี่ยงหรือวางกลไกป้องกัน
  4. การติดตามทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  5. กลไกการเยียวยากรณีเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น

จากการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทได้ระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ที่สำคัญและให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลักซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในระดับสูง/สูงมากและจำเป็นต้องมีการควบคุมที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ดังนี้

  • สภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน : ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมในที่ทำงานและคุณภาพอากาศได้รับการจัดการผ่านการบังคับใช้นโยบายสิทธิมนุษยชน และจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางอย่างปลอดภัย และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน : ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงานได้รับการจัดการผ่านการกำกับดูแล การปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน และการฝึกอบรม รวมถึงการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายและการสนับสนุนจากบริษัทตามความจำเป็น
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของคู่ค้า/ผู้รับเหมา : ผู้รับเหมาถูกกำหนดให้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยและมาตรการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการประเมินอันตรายและการควบคุมใบอนุญาตปฏิบัติงาน การชดเชย การประกันภัย และการจัดสวัสดิการประกันสังคมที่เหมาะสม

การแจ้งเบาะแสการละเมิดสิทธิมนุษยชน

บริษัทได้กำหนดช่องทางการแจ้งเบาะแสการละเมิดสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกอย่างชัดเจน กลไกช่องทางแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) ครอบคลุมประเด็นร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน อย่างชัดเจน และเปิดให้พนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า และสมาชิกชุมชนเข้าถึงได้ผ่านอีเมล ที่อยู่ไปรษณีย์ และแบบฟอร์มออนไลน์ การรายงานสามารถทำได้โดยไม่ระบุชื่อและทุกกรณีจะถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบ มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงสามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนได้ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล มาตรการเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นของบริษัทต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาลองค์กรที่รับผิดชอบตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและกรอบความยั่งยืน

ช่องทางสำหรับการแจ้งเบาะแสการละเมิดสิทธิมนุษยชน
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) (สำนักงานใหญ่)
587 อาคารวิริยะถาวร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

การละเมิดสิทธิมนุษยชนในปี 2568

ในปี 2568 ไม่มีรายงานการละเมิด สิทธิมนุษยชนหากเกิดเหตุการณ์ใด ๆ บริษัทจะแจ้งข้อมูลในรายงานความยั่งยืนพร้อมกับมาตรการแก้ไขและบทเรียนที่ได้รับ เพื่อให้มั่นใจในความโปร่งใสและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ: เหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าวรวมถึงการละเมิดหลักปฏิบัติในการทำงาน


การเยียวยากรณีเกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน

สอดคล้องกับความมุ่งมั่นด้าน สิทธิมนุษยชน และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ บริษัท ช.การช่าง มีความมุ่งมั่นที่จะให้การเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น การชดเชย การสนับสนุนทางการแพทย์ การรับกลับเข้าทำงาน หรือการแก้ไขการกระทำที่ส่งผลเสีย บริษัทให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยดำเนินการบรรเทาความเสียหายผ่านกระบวนการที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับการดูแลและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งจัดทำมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ช.การช่าง ได้ดำเนินมาตรการครอบคลุมเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานและความหลากหลายในองค์กร โดยมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ สนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน การกำหนดหรือลดชั่วโมงการทำงานที่ไม่จำเป็น และให้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่เป็นธรรมมาตรการเหล่านี้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศและมีส่วนสนับสนุนความมุ่งมั่นโดยรวมของบริษัทต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีจริยธรรม

นอกจากนี้บริษัทยังส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียมในที่ทำงาน ตามหลักการ ESG และ SDGs โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อพนักงานเพราะเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา เพศ อายุ เพศสภาพ ความพิการ หรือสัญชาติ บริษัทได้ดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมและมีโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพ โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอแก่พนักงานทุกระดับ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและเคารพในความแตกต่าง


การสื่อสารและการฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัท ช.การช่าง บูรณาการสิทธิมนุษยชนเข้ากับการดำเนินธุรกิจผ่านการจัดการปฐมนิเทศพนักงานประจำปี ซึ่งในการปฐมนิเทศนี้พนักงานทุกคนรวมถึงพนักงานใหม่และพนักงานเดิมจะได้รับการฝึกอบรมด้าน สิทธิมนุษยชน และจริยธรรมธุรกิจ

การปฐมนิเทศเน้นย้ำความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชน และการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืนขององค์กร การฝึกอบรมครอบคลุมหัวข้อการไม่เลือกปฏิบัติ ความให้ร่วมมือและการเคารพเพื่อนร่วมงาน การลงคะแนนเสียงและความเท่าเทียมทางเพศ สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีความหลากหลาย รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม พนักงานทุกคนจะได้รับคู่มือจริยธรรมธุรกิจและได้รับการสื่อสารเรื่องช่องทางแจ้งเบาะแส (Whistleblowing Channels)ในปี 2568 พนักงานทุกคน (100%) ได้เข้าร่วมการฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชน และหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ฝ่ายบุคคล ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายบริหารจัดการไซต์ ได้เข้าร่วมเวิร์กชอปเพิ่มเติมเพื่อบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชน เข้ากับการปฏิบัติงานของตน

การสื่อสารนโยบายสิทธิมนุษยชนให้ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ช.การช่าง
100%
การฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้พนักงานบริษัท ช.การช่าง
100%