การมีส่วนร่วมของสังคมและชุมชน
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
ช.การช่าง ดำเนินธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ประกอบด้วยการพัฒนาถนน ทางด่วน ระบบขนส่งมวลชน และโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการจราจรติดขัด ความปลอดภัยบนท้องถนน ตลอดจนมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากฝุ่นละออง
เพื่อบรรเทาและจัดการผลกระทบดังกล่าว ช.การช่าง ได้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์การดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โดยตระหนักดีว่าการขาดความไว้วางใจจากชุมชนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อโครงการและสถานะทางการเงินของบริษัท
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วม ผ่านการสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน การปฏิบัติตามหลักจริยธรรมด้านแรงงาน และการส่งเสริมความหลากหลาย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งนอกเหนือจากการบรรเทาผลกระทบ บริษัทยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและประชาชนในหลากหลายมิติ โดยการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุนธุรกิจรายย่อยผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในพื้นที่ ทั้งยังดำเนินโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาทักษะอาชีพ การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และการมีส่วนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ดังเช่นการปรับปรุงระบบถนน น้ำประปา และไฟฟ้าในพื้นที่ขาดแคลน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง
การดำเนินงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทและชุมชนโดยรอบ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 4:
เป้าหมายที่ 10:
เป้าหมายที่ 16:

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

ช.การช่าง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนโดยรอบสถานที่ปฏิบัติงานโดยเฉพาะชุมชนในรัศมี 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ และถือเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหลักที่บริษัทต้องดูแลตามข้อกำหนดของรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การดำเนินงานในพื้นที่ดังกล่าวจึงเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับชุมชนและสังคมโดยรอบพื้นที่โครงการ ที่แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดย ช.การช่าง ได้ดำเนินโครงการที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างประโยชน์ร่วมกันในวงกว้าง เช่น การสนับสนุนโครงการด้านการศึกษา การสร้างงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมโดยรวม
โดยบริษัทได้วางแนวทางการลงทุนในชุมชน (Community Investment) โดยผูกโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ผ่านการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินงาน และขยายผลไปยังชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง และบรรเทาผลกระทบจากธุรกิจก่อสร้างและโครงการสาธารณูปโภค ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเริ่มจากการสำรวจความคิดเห็นและข้อกังวลของชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบเชิงลบในปัจจุบันหรืออนาคต และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการวางแผนและดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท (CSR in Process) เช่น การส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาชุมชน โดยการจ้างงานและพัฒนาทักษะอาชีพ สนับสนุนผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการสนับสนุนความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในด้านวิศวกรรมศาสตร์ของพนักงาน ช.การช่าง ให้แก่ ชุมชนและประชาชน และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจและมีความสามารถเป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทเข้าร่วมทำงานกับ ช.การช่าง พร้อมทั้ง การดูแลคุณภาพชีวิตส่งเสริมกีฬาและสันทนาการ การดูแลอนามัย และความปลอดภัย รวมถึงการดูแลทรัพยากรธรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในพื้นที่โครงการและภาพรวม ทั้งนี้บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนากลยุทธ์ด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชน (CSR Strategy) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานเกี่ยวกับกับชุมชนให้ดียิ่งขึ้น
บริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการกิจการสังคมและความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยประธานและกรรมการที่มีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าและประสิทธิผลของโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการพัฒนานโยบายธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ภายใต้กรอบ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
กรอบการดำเนินงานการมีส่วนร่วมกับชุมชน
การดูแลชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง
การมีส่วนร่วมของชุมชนในการลดผลกระทบจากโครงการและการดำเนินงานของบริษัท
ช.การช่าง มีกระบวนการดูแลผลกระทบจากการดำเนินโครงการอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการทุกโครงการจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในทางลบ โครงการที่บริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าให้เป็นผู้ดำเนินงานก่อสร้างเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการสำรวจความคิดเห็นและข้อกังวลจากชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งก่อนและระหว่างการก่อสร้าง ในการดำเนินงาน บริษัทได้จัดให้มีการให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการ รวมถึงมาตรการลดผลกระทบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม และจัดตั้งช่องทางการสื่อสารเพื่อให้ชุมชนสามารถติดตามข่าวสารและประสานงานกับโครงการได้สะดวก การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากชุมชนเป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ทั้งที่หน้างาน และผ่านช่องทางการรับข้อร้องเรียนของบริษัท เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น
| แผนการจัดการชุมชนและสังคม ที่บริษัทดำเนินการในปี พ.ศ. 2568 | มาตราการ |
|---|---|
|
การจ้างงานและพัฒนาทักษะอาชีพ
|
บริษัทมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนโดยใช้ความเชี่ยวชาญและศักยภาพของกำลังคนให้เกิดประโยชน์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) บริษัทได้ดำเนินโครงการ “ส่งเสริมนวัตกรรมช่างชุมชน” ติดต่อกันเป็นปีที่สี่ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะของช่างฝีมือในพื้นที่ ส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และบูรณาการแนวปฏิบัติใหม่เข้ากับงานฝีมือดั้งเดิม |
|
ศาสนาและวัฒนธรรม
|
การกำหนดตำแหน่งของสถานีต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดกับพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรมศิลปากรของประเทศไทยหากพบวัตถุโบราณหรือแหล่งประวัติศาสตร์ระหว่างการก่อสร้างเพื่อประเมินอย่างเป็นทางการและพิจารณาการอนุรักษ์ |
|
ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ
|
ในโครงการพัฒนารถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พื้นที่จอดรถบางส่วนถูกออกแบบร่วมกับพื้นที่สีเขียวเพื่อสนับสนุนภูมิทัศน์เชิงนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง การเลือกชนิดต้นไม้ให้ความสำคัญกับพืชท้องถิ่นของไทยและพืชที่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย ช่วยลดความร้อนในเมือง ฟอกอากาศ และเพิ่มความสวยงาม ต้นไม้เหล่านี้ให้ร่มเงา ปลอดสารพิษ ไม่มีกลิ่นฉุน และมีระบบรากที่ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ตัวอย่างสายพันธุ์ ได้แก่ ต้นโพธิ์ (Ficus religiosa) ไม้มะฮอกกานี (Swietenia macrophylla) ต้นคูณ (Peltophorum pterocarpum) ลำดวน (Melodorum fruticosum) และตาลฟองตู (Livistona rotundifolia) พร้อมพรรณไม้ดอกและไม้ประดับต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม |
|
กีฬาและสันทนาการ
|
การพัฒนาสนามกีฬาและพื้นที่นันทนาการต้องสอดคล้องกับหลักการออกแบบที่ได้รับอนุมัติ พร้อมคำนึงถึงความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อมและบริบททางสังคม การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมควรเน้นการรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นและกลมกลืนกับภูมิทัศน์เดิมเพื่อลดผลกระทบต่อทัศนียภาพ ปัจจัยที่ควรคำนึงถึง ได้แก่ ขนาด สัดส่วน สี วัสดุ และความสอดคล้องกับมาตรฐานสถาปัตยกรรมสากล สอดคล้องกับหลักการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้รับเหมาที่รับผิดชอบการออกแบบเชิงรายละเอียดต้องประสานงานอย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานกำกับดูแลตลอดรอบโครงการ เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณค่าของโครงการต่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและมีความครอบคลุม ตาม SDG 11 (เมืองและชุมชนยั่งยืน) และเกณฑ์ ESG ด้านโครงสร้างพื้นฐานสังคมและการจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม |
|
อาชีวอนามัย ความปลอดภัย สุขภาพและคุณภาพชีวิต
|
ดำเนินการตามมาตรฐานอนามัยและความปลอดภัย (OHS) อย่างเคร่งครัด และดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนและสังคมรอบข้าง นอกจากนี้ บริษัทจัดให้มีการประกันภัยเพื่อคุ้มครองกรณีได้รับอันตราย สูญเสียชีวิต หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือสาธารณชนที่เกิดจากกิจกรรมก่อสร้าง |
|
การจัดการน้ำและสุขาภิบาล
|
มีการบำบัดน้ำเสีย และจัดการขยะมูลฝอย ตามมาตรการที่กำหนดไว้ เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรค และสร้างแนวปฏิบัติด้านสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนตามกรอบความยั่งยืนระดับโลก |
|
การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
|
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฯ ที่ชัดเจน และน่าเชื่อถือแก่ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบโดยตรงจากโครงการฯ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากโครงการฯ แสดงความคิดเห็นต่อโครงการฯ ภายใต้ หลักการ “การมีส่วนร่วมของประชาชน” |
ในปี 2568 โครงการที่มีการสำรวจความคิดเห็นของชุมชน คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะก่อสร้างสัญญา 1 งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน ช่วงเตาปูน-หอสมุดแห่งชาติซึ่งผลการสำรวจพบว่ามีผลกระทบด้านลบสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงการก่อสร้างโครงการ โดยบริษัทได้นำประเด็นผลกระทบที่สำรวจพบมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อลดความเสียหายต่อชุมชนและสังคมโดยทันที ดังนี้
| ประเด็นผลกระทบที่สำรวจพบ | แนวทางการแก้ไขและลดผลกระทบ |
|---|---|
|
การจราจรติดขัด/กีดขวางการจราจร/ต้องเปลี่ยนเส้นทางการจราจรที่มีสาเหตุจากการก่อสร้างโครงการ
|
การก่อสร้างภายใต้โครงการอาจทำให้เกิดความแออัดบนท้องถนน การปิดกั้นถนน และการเบี่ยงเส้นทางที่จำเป็น เพื่อบรรเทาปัญหาเหล่านี้ บริษัทต้องมีการแจ้งล่วงหน้าและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการจราจร เช่น การปิดถนนตามกำหนดเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกในการวางแผนการเดินทางและลดผลกระทบต่อการสัญจร |
|
มาตรการลดผลกระทบจากการก่อสร้าง-ฝุ่นละอองจากการก่อสร้างโครงการ
|
เพื่อควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองจากโครงการก่อสร้าง บริษัทได้ดำเนินมาตรการลดฝุ่นอย่างเป็นระบบตามแนวถนนพระสุเมรุ มาตรการเหล่านี้ ได้แก่ การฉีดน้ำสม่ำเสมอ การกวาดถนนด้วยเครื่องจักร และการทำความสะอาดถนนด้วยระบบดูดฝุ่น ความพยายามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในอากาศ สนับสนุนคุณภาพอากาศที่ดีและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและ ESG |
|
เสียงดังจากการก่อสร้างโครงการ
|
เพื่อบรรเทาความรบกวนทางสิ่งแวดล้อม กิจกรรมก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเสียงดังมากควรหลีกเลี่ยงในช่วงเวลากลางคืน ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต้องมีการแจ้งล่วงหน้าแก่สาธารณะเพื่อสร้างความโปร่งใสและลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ |
การจ้างงานและ/หรือการจัดหาทรัพยากรในท้องถิ่น

บริษัทเชื่อมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น
โดยมุ่งมั่นจะเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานบุคลากรในพื้นที่ และ เพิ่มสัดส่วนการจัดหาทรัพยากรหรือวัสดุจากผู้ผลิตในชุมชน ซึ่งจะพัฒนาคุณชีวิตของชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์และมลภาวะจากการขนส่ง การดำเนินการดังกล่าวจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในระยะยาว และเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน